เกี่ยวกับ กอนบ.

สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนนทบุรี

ประวัติความเป็นมาของชาวไทยมุสลิมจังหวัดนนทบุรี

โดยประธานคณะกอ.นบ. (อาจารย์บัญญัติ ปูเต๊ะ)

มุสลิมเมืองนนท์ป ระชากรของจังหวัดนนทบุรี ประกอบไปด้วยชนชาวไทยที่สืบเชื้อสายมาจากหลาย ชาติพันธุ์ หนึ่งในนั้นก็คือชาวไทยมุสลิม ที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลบางกระสอ และที่บ้านตลาดแก้ว มีเชื้อสาย เป็นชาวปัตตานีมาลายู มาอาศัยตั้งบ้านเรือนอยู่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เฉพาะตำบลบางกระสอ มีต้นตระกูล ได้เป็นแม่ทัพนายกองคนสำคัญ ของไทยหลายคน ในสมัยนั้น

ในปี พ.ศ.2092 ในรัชกาลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ได้ยกฐานะบ้านตลาดขวัญ เป็นเมืองนนทบุรีเป็น ดินแดน แห่งความอุดมสมบูรณ์ มีสวนผลไม้ที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของกรุงศรีอยุธยา ฝรั่งต่างชาติที่เดินทางเข้ามา ค้าขาย ต่างได้บันทึก เอาไว้ ในจดหมายเหตุ บันทึกการเดินทางของลาลูแบร์ ชาวฝรั่งเศส เดินทางมาในสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราชว่า “สวนผลไม้ที่บางกอก นั้น มีอาณาบริเวณยาวไปตามชายฝั่ง โดยทวนขึ้นสู่ เมืองสยามถึง ๔ ลี้ กระทั่งจรดตลาดขวัญ ทำให้เมืองหลวงแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ ไปด้วยผลาหาร ซึ่งคน พื้นเมืองชอบบริโภคกันนักหนา”

ในสมัยรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างมัสยิด ขึ้นหลังหนึ่ง เพื่อพระราชทานแก่พระพี่เลี้ยง เรียกชื่อว่า "มัสยิดบ้านตลาดขวัญ”

สุนทรภู่แต่งนิราศภูเขาทอง เมื่อ พ.ศ.2373 กล่าวถึงตลาดขวัญ ไว้ว่า

ถึงแขวงนนท์ชลมารคตลาดขวัญ มีพ่วงแพแพรพรรณเขาค้าขาย
ทั้งของสวนล้วนแต่เรือเรียงราย พวกหญิงชายชุมกันทุกวันคืน

สมัยรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อราวปี พ.ศ. 2523 ได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้คุณยายหยา พระนมพระพี่เลี้ยงพระองค์ สร้างมัสยิดหลังใหม่แทนมัสยิดหลังเดิม โดยให้พระ สยามนิธิการภักดี ชาวเมือง ชาม (ประเทศซีเรีย) เป็นผู้กำหนดแปลนรูปแบบงานสถาปัตยกรรมการก่อสร้างที่มี ลักษณะคล้ายบัยตุ้ลเลาะห์ ลวดลาย อาหรับผสมไทยปูนปั้นและฉลุไม้ เป็นอาคารตึกสองชั้น ชื่อว่า"มัสยิด ตลาดขวัญ" ถือว่าเป็นมัสยิดแห่งแรกของ จังหวัดนนทบุร

ต่อมาบ้านท่าอิฐ เป็นชุมชนดั้งเดิม ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมน้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่วัดเชิงเลนถึง วัดแสงสิริ ธรรม และตรง ข้ามที่ฝั่งเกาะ ได้รับพระราชทานที่ดินเพื่อตั้งถิ่นฐาน ในราว พ.ศ.2329 สมัยพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โดยมี โต๊ะก็วังกามา เป็นบรรพบุรุษคนแรกที่ได้อพยพครอบครัวจากปัตตานี มาตั้งถิ่นฐานทำมาหากินเป็นปึกแผ่น ต่อมาได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณ ให้เป็น "นายกองวังกามา"

ปี พ.ศ.2420 รัชสมัยของรัชกาลที่ 5 ได้โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศเรื่องการขุดคลองและการจัดสรร ที่ดินสองฝั่ง คลองให้แก่ราษฎรมีความตอนหนึ่งว่า “ตั้งแต่นี้สืบไปถ้าจะขุดคลองซึ่งเป็นการเกื้อกูลแก่ชาวนา ชาวไร่ชาวสวนแห่งใดจะทรง พระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ข้าหลวงออกไปตรวจหาที่ซึ่งเป็นที่ดินอุดมดีมีคน ปรารถนาจะทำนา ทำไร่ ทำสวนด้วยนั้น ก็ให้ ราษฎรทั้งปวงที่ต้องการที่นา ที่ไร่ ที่สวนมากน้อยเท่าไร แลที่นั้น อยู่ต้นคลอง กลางคลอง ปลายคลอง ตำบลใด ให้ข้าหลวง เจ้าพนักงานและราษฎร พร้อมกันคิดเฉลี่ยเป็นส่วน ค่าที่นา ที่ไร่ ที่สวน ให้ผู้ซึ่งจะต้องการที่ ออกเงินช่วยกันขุดคลองบ้าง ตามสมควรแก่ที่มาก แลที่น้อย ถ้าผู้ซึ่ง จะต้องการที่ไม่อยากออกเงินจะออกแรงช่วยก็ให้ข้าหลวงกำหนดการให้ผู้นั้นช่วย ออกแรงตามสมควรแก่ที่ ต้องการ

เรื่องราวการตื่นทองของชาวตะวันตกเป็นอย่างไร การตื่นทองนาของเราในครั้งนั้นก็ปานๆนั้น ปี พ.ศ. 2520-2433 เป็นช่วงปีอพยพมุสลิมปากลัด (พระประแดง) ครั้งยิ่งใหญ่ สู่บ้านโรงกระโจม เข้ามาจับจองที่ดิน (กลุ่มแรกสังกัดเจ้านาย พระยาสีหราชเดโช คลองขุดเจ้าเมืองนครเขื่อนขันธ์) โดยพระบรมวงศานุวงศ์ เจ้านาย รวมทั้งผู้คนที่อยู่ในสังกัดเจ้านาย ราวปี 2429 ซึ่งขณะนั้นลำน้ำพระพิมนฑ์ เป็นเพียงลำรางเท่านั้นยังไม่ได้มี การ ขุดคลองขึ้นใหม่ ในกลุ่มคนแรกนั้นก็ขยายที่จับจอง ซื้อที่ดินทำกิน ขยายอาณาเขตไป คลองเจ๊ก คลองชม คลองมะสง จาก คำประกาศจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่ราษฎร ในเขต ทุ่งอำเภอบางบัวทอง มีการจับจองที่ดินให้ ตั้งแต่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มี บรรดาศักดิ์ลงมาจนถึง ราษฎรทั่วไป

กลุ่ม นายแจ้ง มหาดเล็กพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโด ขอจองที่นา ตำบลทุ่งละหาร ลำโพ อ้ายรี ลาก ค้อน แขวงเมืองนนทบุรี ส่วนใหญ่มาจากบ้านท่าอิฐ นนทบุรี บ้านคลองตะเคียน(พระนครศรีอยุธยา) มีคนใน สังกัด 150 คน เป็นชาวไทยมุสลิม 86 คน

กลุ่มที่สอง เป็นการจับจองที่ดินของราษฎรทั่วไป ขอจับจองที่ดินเป็นคณะบุคคล รายบุคคล หรือ เป็น กลุ่มเล็ก ๆ ประมาณ 5 ครอบครัวขึ้นไป เป็นครอบครัวชาวนามีความตั้งใจเข้าหักร้างถางพง กลุ่มนี้ ประกอบด้วยราษฎรหลากหลายเชื้อ ชาติ ศาสนา ได้แก่ ไทย มอญ มุสลิม และจีน มาจากอำเภอปากเกร็ด บาง ใหญ่ นครชัยศรี กาญจนบุรี พระประแดง กรุงเทพ ระยะเวลาการจับจองจัดทำเอกสารตกลงค่าใช้จ่ายในการ ขุดคลอง การอพยพ ตั้งถิ่นฐาน สำรวจพื้นที่วางแนว ตั้ง ชุมชนมัสยิดใหม่ เช่น ชุมชนมัสยิด โรงกระโจม ปาก คลองลำวี สุเหร่าแดง (ลากค้อน) ระบม อ่างแตก ตั้งแต่ปี2420- 2433 เป็นเวลาถึง 13 ปี

จากการอพยพมาเมื่อครั้งกระนั้น ทำให้เกิดชุมชนมัสยิดใหม่ เช่น ที่มัสยิดคลองมะสง มัสยิดอัลฮูดา (คลองโต๊ะ นุ้ย) มัสยิดนูรุสซาอาดะห์ (คลองเจ๊ก) มัสยิดกลางดารุสซาลาม (โรงสวด) มัสยิดนูรุลอิสลาม (สุเหร่า เขียว) มัสยิดยามาสุดคืน (สุเหร่าใหม่) มัสยิดนูรุ้ลฮีดายะห์ (แสงประทีป) มัสยิดมูไฮยิดคืน (ลากค้อน) มัสยิดอัร เราะห์มาตุ้ลอิสลามียะห์ (ถนน สายสุพรรณบุรี) มัสยิดท่าทราย มัสยิดดารุลมุตตากิน (บางตลาด) อย่างไรก็ตาม ชุมชนมัสยิดของพี่น้องมุสลิม มัก ตั้งอยู่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา อำเภอเมืองนนทบุรี อำเภอปากเกร็ด และแนว คลองลำรี ลำโพ ลากค้อน พระพิมณฑ์ราชา คลอง เจ็ก คลองตาชม ของอำเภอบางบัวทอง ส่วนในเขตอำเภอ ไทรน้อย ที่คลองมะสง คลองตาคล้าย และคลองโต๊ะปุ๋ย สภาพ ปัจจุบันมีถนนเข้าถึงทุกมัสยิด

ประวัติศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามประจำจังหวัดนนทบุรี

โดยประธานที่ปรึกษาคณะกอ.นบ. (อาจารย์ดิเรก วันแอเลาะ)

คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนนทบุรี เป็นองค์กรศาสนาที่บริหารงานตามพระราชบัญญัติการ บริหารองค์ศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540 มีมัสยิดอยู่ในการกำกับดูแล 19 มัสยิด สำนักงานตั้งอยู่ที่มัสยิดน๊ะฮ์ฎอ ตุ๊ลอิสลาห์ หมู่ที่ 2 ตำบลละหาร อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุร

คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด คำนึงในภารกิจองค์กร บทบาทหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบในกิจการ ศาสนา เพื่ออำนวยประโยชน์ต่อประชาคมมุสลิมและประชาชนจังหวัดนนทบุรีภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม จึงมี ความจำเป็นต้องมีอาคารสำนักงานถาวรเพื่อบริหารจัดการในทุกมิติ กอปรกับสมาคมคุรุสัมพันธ์อิสลามแห่ง ประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นองค์กรจัดการศึกษาศาสนาอิสลามแก่เยาวชนมุสลิมทั่วประเทศ ที่ ดำเนินงานการมาเป็นเวลา 63 ปีและยังไม่มีสำนักงานถาวรเช่นกัน

คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด มีแนวคิดในการพิจารณาจัดหาพื้นที่ก่อสร้างศูนย์บริหารกิจการ ศาสนาอิสลามประจำจังหวัดนนทบุรี เพื่อเป็นสำนักงานถาวรของทั้งสององค์กร จึงมีการประชุมปรึกษาหารือ กำหนดวิธีดำเนินการ โดยแต่งตั้งคณะทำงานศึกษาโครงการก่อสร้างศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามประจำ จังหวัดนนทบุรี และจัดการประชุมครั้งแรกในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554 มี 3 มัสยิดที่ให้ความอนุเคราะห์พื้นที่ ในการก่อสร้างจำนวน 4 แปลง คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดมีการประชุมปรึกษาหารือกำหนดเงื่อนไข ในการพิจารณาพื้นที่ก่อสร้างประกอบด้วย

  • 1. ตั้งอยู่ในชุมชนมุสลิม
  • 2. โอกาสในการใช้ประโยชน์นอกเหนือภารกิจของคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด
  • 3. มีความสะดวกในด้านการคมนาคม
  • 4. มีความสง่างาม เป็นที่เชิดหน้าชูตาของประชาคมมุสลิม
  • 5. ปริมาณการใช้ประโยชน์ที่เหมาะสม
  • 6. วงเงินงบประมาณที่สามารถร่วมกันรับผิดชอบได้

ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัด จึงแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาพิจารณาพื้นที่ และนำผลการ พิจารณาเข้าที่ประชุม ที่ประชุมมีมติเลือกพื้นที่อุทิศของมัสยิดน๊ะฮ์ฎอตุ๊ลอิสลาห์ จำนวน 5 ไร่ 60 ตารางวา โดยที่ประชุมกรรมการอิสลามประจำมัสยิด มีมติเห็นชอบ พร้อมทำหนังสือยินยอมให้คณะกรรมการอิสลาม ประจำจังหวัดใช้ประโยชน์จากพื้นที่ดังกล่าวตลอดไป

คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดจึงกำหนดแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ด้วยการขอรับบริจาคจาก สัปปุรุษทุกมัสยิดในจังหวัดนนทบุรีและผู้มีจิตศรัทธาโดยทั่วไป เพื่อระดมทุนในการถมดิน ขณะเดียวกัน คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดได้มอบหมายให้คณะทำงานศึกษาโครงการก่อสร้างพร้อมสถาปนิก เดินทางไปศึกษาดูงานด้านสถาปัตยกรรมอิสลามของมัสยิดในประเทศมาเลเซีย เพื่อนำมาบูรณาการในการ เขียนแบบศูนย์บริหารฯ และเขียนโครงการเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัด นนทบุรีพร้อมนำสำเนาโครงการเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดทุกสมัย

เนื่องจากโครงการต้องใช้งบประมาณสูงเพราะเป็นอาคารที่ประกอบด้วยสถาปัตยกรรมอิสลาม จำเป็นต้องผ่านการพิจารณาและเห็นชอบจากกรมศิลปากร คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดจึงนำโครงการ เสนอต่ออธิบดีกรมศิลปากร เมื่อผ่านการพิจารณาให้ความเห็นชอบ จึงนำเอกสารเสนอต่อองค์การบริหารส่วน จังหวัดนนทบุรีเพื่อเข้าที่ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี และที่ประชุมสภาอนุมัติงบประมาณ จำนวน 84,820,000 บาท (แปดสิบสี่ล้านแปดแสนสองหมื่นบาทถ้วน)

เมื่อโครงการก่อสร้างได้รับการอนุมัติงบประมาณแล้ว จึงดำเนินการตามขั้นตอนของทางราชการเป็นที่ ยุติแล้ว จึงเริ่มดำเนินโครงการก่อสร้างตามสัญญา โดยเริ่มต้นสัญญาในวันที่ 4 กรกฎาคม 2558 สิ้นสุดสัญญา ในวันที่ 24 ธันวาคม 2559 รวมระยะเวลาการก่อสร้าง 540 วัน องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีเป็นเจ้าของ โครงการ ผู้ดำเนินการก่อสร้าง คือ บริษัท พูลทรัพย์คอนสตรัคชั่นเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด และการดำเนินโครงการ เสร็จสิ้นตามสัญญา คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนนทบุรี กำหนดเป้าหมายในการใช้ประโยชน์จาก อาคารศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามประจำจังหวัดนนทบุรี ดังนี้

  • 1. เป็นศูนย์บริหารกิจการตามพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ.2540
  • 2. เป็นสำนักงานถาวรของสมาคมคุรุสัมพันธ์อิสลามแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
  • 3. เป็นศูนย์จัดการศึกษาอบรมและเผยแพร่หลักธรรมคำสอนของศาสนาอิสลาม
  • 4. เป็นศูนย์ศึกษาเรียนรู้ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีและวิถีชีวิตมุสลิมในจังหวัดนนทบุรี
  • 5. เป็นสถานที่จัดการอบรมสัมมนาขององค์กรและหน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ
  • 6. เป็นศูนย์กีฬา นันทนาการของเยาวชนมุสลิมนนทบุรี
  • 7. เป็นอาคารอเนกประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรมของหน่วยงาน และให้บริการ แก่บุคคลทั่วไป
  • 8. เป็นศูนย์ประสานงานระหว่างองค์กรศาสนาอิสลามกับองค์กรภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม
  • 9. เป็นศูนย์บรรเทาสาธารณภัยประชาชน
  • 10. เป็นศูนย์ปฏิบัติการพิจารณาไกล่เกลี่ย ประนีประนอมกรณีพิพาทและตัดสินปัญหาศาสนา
  • 11. เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจและพิธีกรรมที่ไม่ขัดต่อหลักการศาสนาอิสลามซึ่งไม่ใช่การละหมาดวันศุกร์
  • 12. เป็นศูนย์ปฏิบัติการและประสานงานเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติและธำรงไว้ซึ่งการ ปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข
  • 13. เป็นศูนย์ประสานศาสนิกสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีและความสามัคคีของชนในชาติ จากประวัติความเป็นมาของศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามประจำจังหวัดนนทบุรี และเป้าหมายในการใช้ประโยชน์จากอาคารดังกล่าวแล้วนั้น คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนนทบุรี มีความมุ่งมั่นให้บรรลุภารกิจ และวัตถุประสงค์ของโครงการ ทั้งนี้เพื่ออำนวยประโยชน์อย่างครบถ้วนบริบูรณ์แก่ประชาคมนนทบุรี ตามเจตนารมณ์ อุดมการ ร่วมสานสร้างสังคมสันติสุขร่วมกันตลอดไป

วิสัยทัศน์ (Vision)

เป็นองค์กรหลักในการพัฒนามัสยิดและประชาคมมุสลิมจังหวัดนนทบุรีสู่การเป็นองค์กรต้นแบบของ สังคมภายในปี พ.ศ.2567 โดยยึดมั่นหลักธรรมาภิบาล และการดำเนินชีวิตตามวิถีอิสลามเพื่อประโยชน์สุขต่อ สังคมไทย พร้อมทั้งส่งเสริมการบริหารองค์กรศาสนาในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่น จังหวัด และชาติ เพื่อสร้าง ความเข้มแข็งให้กับชุมชนมุสลิมและสังคมโดยรวม ผ่านการบูรณาการทรัพยากรและความร่วมมือจากทุกภาค ส่วน ตลอดจนพัฒนาความรู้ทางศาสนาและวิถีชีวิตที่ยั่งยืน ตอบสนองต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภายใต้ กรอบของแผนยุทธศาสตร์ชาติอย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความสมานฉันท์ในสังคมไทยอย่างยั่งยืน"

พันธกิจ (Mission)

      1. ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พุทธศักราช 2540 โดยมุ่งเน้น การส่งเสริมและรักษาหลักธรรมาภิบาลในการบริหารองค์กรและกิจกรรมทางศาสนา เพื่อ เสริมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือในสังคม
      2. เป็นองค์กรกลางของประชาคมมุสลิมในจังหวัดนนทบุรี ดำเนินการพัฒนา ปรับปรุง และแก้ไข ปัญหาสังคม โดยสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ และตอบสนองความต้องการของประชาคม มุสลิม ผ่านการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน
      3. พัฒนา และขับเคลื่อนให้องค์กรมัสยิดเป็นศูนย์กลางในการบริหารชุมชนมุสลิม โดยเสริมสร้าง ศักยภาพการบริหารงานและการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาและ ปรับปรุงสังคมและชุมชนให้มีความเข้มแข็ง
      4. ส่งเสริมการเรียนรู้และการศึกษาตามหลักวิถีอิสลามในทุกระดับ เพื่อให้ประชาคมมุสลิมมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถปฏิบัติชีวิตตามหลักการศาสนาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
      5. บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาศาสนา สังคม และเศรษฐกิจตามแผน ยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคง ความยั่งยืน และความสมานฉันท์ในสังคม

เป้าประสงค์/เป้าหมาย (Objective)

      1. ประชากรมุสลิมทุกระดับทุกชุมชนในจังหวัดนนทบุรีมีความรู้ในหลักการศาสนาอิสลาม ปฏิบัติ ตนอย่างถูกต้องเคร่งครัด ด้วยคุณธรรม จริยธรรม และยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงใน การดำเนินชีวิต พร้อมเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนมุสลิมและส่งเสริมการปฏิบัติชีวิตตามวิถี อิสลามในทุกด้าน ทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง
      2. องค์กรและหน่วยงานในสังกัด มีความเข้าใจในหลักศาสนาและกฎหมาย โดยมุ่งเน้นการสร้าง บรรทัดฐานที่สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล มีเอกภาพในการบริหารงานเพื่อประโยชน์ของ สาธารณชน และสามารถทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนในองค์กร
      3. ประชากรทุกสังคมทุกระดับ ได้รับการศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรม โดยการบูรณาการ การศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและความเปลี่ยนแปลงของสังคม เพื่อส่งเสริม คุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดี และการสร้างสันติสุขในสังคม ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ
      4. สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนนทบุรีมีศักยภาพและเป็นต้นแบบในการบริหาร องค์กรศาสนาอิสลาม โดยยึดศาสนบัญญัติเป็นฐานการบริหารงาน รวมทั้งเสริมสร้างความ เข้มแข็งของการจัดการภายในองค์กร และการพัฒนาองค์กรให้สามารถรองรับการเติบโตของ ประชาคมมุสลิมในจังหวัดนนทบุรี พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชนในการ พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ

ยุทธศาสตร์(ย่อย) ในการดำเนินงาน

สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนนทบุรี มีภารกิจการบริหารจัดการ โดยมี หน่วยกำกับ ส่งเสริมประสานอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนนทบุรี และมัสยิด จำนวน 19 มัสยิดเป็นหน่วยปฏิบัติ จึงกำหนดการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ดังต่อไปนี้

      1. ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับกิจการศาสนาอิสลามในจังหวัดนนทบุรีโดยยึดบทบัญญัติศาสนา อิสลามและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่มีอำนาจ และคำนึงถึง การปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบททางสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อส่งเสริม คุณธรรม จริยธรรม และสันติสุขในสังคม
      2. เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการในทุกมิติโดยเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร ทั้งในระดับท้องถิ่น จังหวัด และชาติ ด้วยการอบรมและพัฒนาความรู้ในด้านการบริหารงาน ศาสนา การจัดการองค์กร และการใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารเผยแพร่ เพื่อให้ประชาคม มุสลิมในจังหวัดนนทบุรีสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
      3. ขจัดความขัดแย้งทางความคิดของมวลชนในปัญหาต่าง ๆ ด้วยหลักการศาสนาและการ เสริมสร้างการตระหนักรู้ในคุณค่าของความหลากหลาย โดยใช้กลไกการมีส่วนร่วมจากทุก ภาคส่วน ทั้งในระดับท้องถิ่น จังหวัด และชาติ เพื่อส่งเสริมการมีเอกภาพบนความ หลากหลายทางความคิดและวัฒนธรรม
      4. ระดมความคิดจากทุกภาคส่วน ในการขับเคลื่อนองค์กรและสังคมด้วยการเสริมสร้างความ ตระหนักถึงการมีส่วนร่วม เสียสละ และสำนึกรับผิดชอบ โดยส่งเสริมการทำงานร่วมกันใน ระดับท้องถิ่น จังหวัด และชาติ เพื่อบรรลุผลในด้านการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
      5. รณรงค์ส่งเสริมให้ประชากรมุสลิมดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยส่งเสริมการใช้ หลักการนี้ในการดำเนินชีวิตทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับคุณภาพ ชีวิตของประชากรมุสลิมและประชาชนในจังหวัดนนทบุรี และสอดคล้องกับการพัฒนาตาม แผนยุทธศาสตร์ชาติ
      6. ทุกมัสยิดจัดการศึกษาภาคศาสนาและการศึกษาภาคสามัญ โดยร่วมมือกับหน่วยราชการใน ท้องถิ่นเพื่อให้เยาวชนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ครอบคลุมทั้งทางโลกและทางธรรม ส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเยาวชน ในการเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพและมีความรับผิดชอบต่อสังคมในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ
      7. เสริมสร้างการบริหารงานอย่างมีธรรมาภิบาล โดยส่งเสริมการบริหารองค์กรศาสนาให้มีความ โปร่งใส มีการตรวจสอบได้และมีความรับผิดชอบสูง ในทุกระดับของการปฏิบัติงานทั้งใน จังหวัดนนทบุรีและทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและส่งเสริมการพัฒนา ประชาธิปไตยในสังคม

ยุทธศาสตร์รวม ในการดำเนินงาน

ยุทธศาสตร์ที่ 1

การพัฒนาองค์กรมัสยิด และประชาคมมุสลิมจังหวัดนนทบุรี

กลยุทธ์

      1. ส่งเสริมมัสยิดให้มีบทบาทในการพัฒนาชุมชน และเป็นองค์กรต้นแบบ แห่งการพัฒนา
      2. เสริมสร้างศักยภาพผู้บริหารมัสยิด รวมทั้งกลุ่มเยาวชน กลุ่มสตรี และกลุ่มผู้สูงวัย ประจำมัสยิดในมิติต่างๆ
      3. ส่งเสริมการบริหารกองทุนซะกาต และสวัสดิการสังคมประจำมัสยิด รวมทั้งการบริหาร ทรัพย์สินของมัสยิด
      4. เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจในหลักศาสนบัญญัติแก่ประชาคมมุสลิม จังหวัดนนทบุร
      5. สนับสนุนการจัดกิจกรรมพัฒนาเด็กเยาวชน สตรี และผู้สูงวัย
ยุทธศาสตร์ที่ 2

การสร้างเครือข่าย และความร่วมมือกับองค์กรภาครัฐ องค์กรสาธารณะ และภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคม

กลยุทธ์

      1. เสริมสร้างบุคลากรอิสลามศึกษา และผู้สอนภาษาอาหรับทั้งในโรงเรียน สอนศาสนาและโรงเรียนสังกัดจังหวัดนนทบุรีอย่างเป็นระบบ
      2. สนับสนุนให้มีการจัดตั้งหอศิลปะวัฒนธรรมอิสลามแห่งจังหวัดนนทบุรี
      3. ส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ในด้านต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อสังคมมุสลิม
      4. สนับสนุนการดำเนินงานกิจการวิเทศสัมพันธฺ์
ยุทธศาสตร์ที่ 3

การพัฒนากิจการฮาลาลเพื่อยกระดับมาตรฐานสู่สากล

กลยุทธ์

      1. เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกิจการและมาตรฐานฮาลาลแก่สังคมและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ
      2. สร้างความร่วมมือกับองค์กรภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับกิจการ ฮาลาลเพื่อพัฒนาคุณภาพและการมาตรฐานฮาลาล
      3. สนับสนุนการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาระบบการดำเนินงาน
      4. ส่งเสริมการดำเนินงานกิจการฮาลาลสู่การเชื่อมโยงการพัฒนาสังคมในมิติต่างๆ เช่น การท่องเที่ยว การพัฒนาชุมชน เป็นต้น
ยุทธศาสตร์ที่ 4

การสื่อสารและสร้างความเข้าใจอันดีเพื่อการพัฒนาสังคมมุสลิมในจังหวัดนนทบุรี

กลยุทธ์

      1. สนับสนุนการจัดทำสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อ Social Media ให้ครอบคลุม และเข้าถึงง่าย
      2. ส่งเสริมการจัดทำรายการวิทยุ/โทรทัศน์และสื่ออื่น ๆ ที่เหมาะสม
      3. ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกับองค์กรศาสนาต่าง ๆ และหน่วยงาน ภาครัฐ/เอกชน เพื่อการสร้างความเข้าใจอันด
ยุทธศาสตร์ที่ 5

การพัฒนาระบบการบริหารจัดการ

กลยุทธ์

      1. สนับสนุนการให้บริการด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่สังคมยุคดิจิทัล
      2. ส่งเสริมการบริหารองค์กรตามหลักธรรมาภิบาล สามารถตรวจสอบได้ทั้งตามหลักศาสนาและกฎหมาย
      3. ส่งเสริมการดำเนินงานโดยพัฒนาระบบการวางแผนงบประมาณ และการติดตาม ประเมินผล
      3. ส่งเสริมการดำเนินงานโดยพัฒนาระบบการวางแผนงบประมาณ และการติดตาม ประเมินผล
      4. เสริมสร้างศักยภาพของ กอ.นบ. บุคลากรในสำนักงาน กอ.นบ. ให้มีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น
      5. พัฒนาอาคารสถานที่ตั้งสำนักงาน กอ.นบ. และระบบสนับสนุนการบริหารงานเพื่อ รองรับการดำเนินงานต่างๆ

ทำเนียบประธาน กอ.นบ.

คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนนทบุรี

ประธานคนที่ 1
ประธานคนที่ 1
อัจยีอับดุลลอฮุ (แชใหม่) ระดิ่งหิน
พ.ศ. ไม่ระบุ
ประธานคนที่ 2
ประธานคนที่ 2
อาจารย์สระ ศิริเดช
พ.ศ.ไม่ระบุ
ประธานคนที่ 3
ประธานคนที่ 3
อาจารย์ยะห์ยา ลาตีฟี
พ.ศ.ไม่ระบุ
ประธานคนที่ 4
ประธานคนที่ 4
อาจารย์อับดุลการีม วันแอเลาะ
พ.ศ. 2533 -2555
ประธานคนที่ 5
ประธานคนที่ 5
อาจารย์อับดุลฮากีม วันแอเลาะ
พ.ศ. 2555 -2564
ประธานคนที่ 6
ประธานคนที่ 6
อาจารย์อับดุลกอฮาร มนัสกุล
พ.ศ. 2564 -2566
ประธานคนที่ 7
ประธานปัจจุบัน
อาจารย์นูรุ้ลลอฮ์ ปูเต๊ะ
พ.ศ. 2566 - ปัจจุบัน